Heread

ในสวนศรี

posted on 31 Mar 2007 17:41 by longata  in Heread

ป็นเรื่องที่ซื้อมาเมื่อนานนนนโข ตั้งแต่เพิ่งเริ่มอ่านวรรณกรรม ไม่รู้อะไรดลใจให้ซื้อ ซึ่งถ้าเป็นเซนซ์(!?) เราอยากให้มันมีเยอะๆ (เพราะเรื่องที่เราจ้องเอาไว้มีมากมาย แต่งบประมานนั้นมีเพียง 3 หลัก - -") เรื่องนี้แนะนำให้อ่านตอนหน้าฝน (555 จริงๆก็ไม่เกี่ยวหรอก)

ารีเด็กน้อยที่โดนตามใจแบบคุณหนูๆ ชอบตวาดคนใช้ส่วนคุณแม่เธอก็เข้าวงสังคม ประมานว่าไม่สนใจลูกแต่จริงๆแล้วเราว่าเธอเป็นเด็กดีนะ เพราะหลังจากที่ย้ายมาอยู่อังกฤษ (คือเดิมน้องหนูเธอยู่อินเดียงัย แล้วทีนี้มีโรคระบาด น้องหนูแกรอดเพราะทะเลาะกับแม่ เลยขังตัวเองอยู่ในห้องเป็นวันๆ ทีนี้พอออกมา อ่าว..ทั้งบ้านตายกันเรียบ)ที่อังกฤษทำให้น้องหนูเปลี่ยนเป็นคนละคน อย่างว่าอ่ะนะ ไม้อ่อนดัดง่าย (ส่วนไอ้ไม้แก่เจ้าของบล็อกเนี่ยสิ..)

น้องหนูมารีอยู่ในบ้าน เอ่อ..เรียกให้ถูกก็เป็นคฤหาสน์ มีสวน แน่นอนว่าไม่ใช่แค่สวนครัวหลังบ้าน ซนไปซนมาก็ไปเจอกุญแจของสวนที่ปิดตายเอาไงล่ะทีนี้

เธอก็เข้าไป ดูจากสภาพเป็นสวนที่เคยสวยมากๆมาก่อนทุกเช้าน้องหนูกะดิคคอน(เป็นน้องชายของสาวใช้ในคฤหาสน์ อิมเมจเอาว่าน่าจะหล่อ ชอบทำสวน รักสัตว์) จะชวนกันไปที่สวนอารมณ์ประมานเหมือนเราได้กลิ่นดินตอนกะลังอ่านอยู่เลยล่ะ

คนสำคัญคือคอลลิน เป็นลูกชายเจ้าของบ้าน ตอนแรกน้องหนูเธอก็คิดว่าแกเป็นเด็กคนเดียวในบ้าน วันหนึ่งแกได้ยินเสียงร้องไห้(อ่านตอนฝนตกได้อารมณ์มากๆ) แกก็เดินหาใหญ่เลย คฤหาสน์ก็สลัวๆเพราะฝนตก เธอก็หาจนเจอ เป็นเด็กขี้โรคอ่ะ หนำซ้ำเป็นลูกเจ้าของคฤหาสน์ซะอีก คือเด็กเก็บตัว เก็บกด คิดว่าพ่อไม่รัก อะไรทำนองนั้น (ส่วนตัวพ่อก็ประมานรักนะแต่ไม่แสดงออก แล้วก็บินไปเที่ยว(!?)ต่างประเทศบ่อยๆ)

มารีเธอก็เลยผูกมิตรซะเลย แล้วทั้ง 3 ก็ออกไปทำสวน คิดว่าต่อไปนี้คงเล่าไม่ได้แล้วล่ะ ต้องอ่านอย่างเดียว มันเป็นสิ่งที่เราไม่มีความสามารถบรรยาย ด้วยฉาก อารมณ์ และพัฒนาการตัวละคร (สำหรับพัฒนาการตัวละคร เราก็ไม่รู้ว่ามันมีรึป่าว แต่เรารู้ได้ว่าทั้ง3คนมีสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป)

เป็นเรื่องที่ชอบจริงๆ เราว่างานของคุณเบอร์เน็ตต์เจ๋งดี ไว้อ่านลอร์ดน้อยฟอนเติลรอยอีกรอบดีกว่า ^^

ระเบียงอารมณ์ >> ขอบคุณคุณ ระเบียงอารมณ์ มากนะฮับที่มาเยี่ยม ดีใจ มาก ^^ จริงๆแล้วก็สปอยล์ไปเกือบหมดแล้วล่ะ แฮะๆ แต่ว่าบางสิ่งที่ยังไม่ได้เล่า และที่เล่าไม่ได้น่ะ อ่านเองแล้วจะซาบซึ้งมากๆเลยล่ะ ขอให้สนุกกับหนังสือนะ

โอกาตะจุง >> สาธุ ขอบใจเพื่อนรักคนนี้มาก มาเยี่ยมบ่อยๆนุ ริวจะได้รักมากๆๆๆๆๆ หุหุ (ฝันไปเถอแก)

สิทธารถะ

posted on 08 Apr 2007 12:56 by longata  in Heread

ว่าด้วยสิ่งที่ได้และเงินที่เหลือจากงานหนังสือ

มีความสุขเมื่อมองหนังสือที่ได้มาหนึ่งตั้ง และชอกช้ำเมื่อแลเห็นแบงค์ยี่สิบแอ้งแม๊งในกระเป๋าตัง คิดว่าปีนี้จะเซฟเงินแบบจริงจัง แต่พอมาย้อนนึกๆดูปีหลังๆ โครงการประหยัดงบเป็นอันพับใส่ลัง ...

เจ้าของบล็อกก็ประสาท อยากได้นู่นี่ไปเรื่อยแต่ไม่มีตังค์ เอาเป็นว่าอย่าไปคิดถึงมันเลย เงินก็เป็นแค่ตัวเลขพิมพ์สีบนกระดาษที่เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน(เท่านั้นเอง..) อย่าคิดเลย อย่าคิดเลย

**(spoil Alert!! เตือนแล้วนุ)**

เล่มแรก >> สิทธารถะ ของ เฮอร์มัน เฮสเส
อื้มม คือมันก็..เอ่อ.. เอาเป็นว่าอ่านดีๆมีสิทธ์บรรลุโสดาบัน (ขนาดนั้น!?)
แต่ปัญหามันอยู่ที่เรา เพราะบางครั้งเราก็เห็นและ(เหมือนจะ)เข้าใจ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถแปลไทยเป็นไทยออกได้ -*- ใครอ่านแล้วมาเล่ามุมมองของแต่ละคนกันเถอะ แต่ถ้าใครยังไม่ได้อ่านก็ตรองดูนะ เล่มนี้ปรัชญาอย่างร้ายกาจทีเดียว

เอาเป็นว่าเป็นเรื่องของบุตรพราหมณ์คนหนึ่ง แกเรียนทุกอย่างก็ได้ดีทุกอย่าง ชีวิตดำเนินไปเรื่อยๆแต่รู้สึกเหมือนยังละทิ้งอัตตาไม่ได้ แม้ถอดดวงจิต ไปอยู่ในร่างสัตว์ หรือเป็นอื่นๆอีกมากมาย ก็รู้สึกเหมือนว่าแกกำลังแค่"หนี"จากอัตตาของตัว
ความรู้สึกนั้นพอกพูนขึ้น สิทธารถะจึงตัดสินใจขอพ่อไปเป็นสมณะโดยมีโควินทะเพื่อนรักตามไปด้วย พ่อพราหมณ์ก็อึ้ง ไม่อนุญาต ลูกใครใครก็ห่วงสิ

"สิทธารถะ รออยู่ทำไมเล่า"
"ท่านพ่อทราบดีว่าทำไม"
"ลูกจะยืนรอไปจนเช้า ไปจนเที่ยง จนค่ำเลยหรือ"
"ลูกจะยืนและรออยู่เช่นนี้"
"ลูกจะเมื่อยนะ สิทธารถะ"
"ลูกคงจะเมื่อย"
"ลูกจะหลับนะ สิทธารถะ"
"ลูกจะไม่หลับ"
"ลูกจะตายนะ สิทธารถะ"
"ลูกคงตาย"
"แล้วลูกยินดีตายยิ่งกว่าเชื่อฟังพ่อหรือ"
"สิทธารถะเชื่อฟังท่านพ่อเสมอ"
"ถ้าอย่างนั้น ลูกจะเลิกล้มความตั้งใจ ใช่ไหม"
"สิทธารถะจะทำตามที่ท่านพ่อบอกให้เขาทำ"

เมื่อรู้ว่าห้ามลูกไม่ได้ก็อวยพรให้ไป


เดินทางจาริกไปเรียนหลายสำนัก และก็ได้เจอกับพระพุทธเจ้า สนทนาธรรมกันประมานสองสามหน้ากระดาษ (ตรงนี้อ่านไปหลายรอบ แต่ไม่เข้าใจเลยสักคำ) โควินทะตัดสินใจบวชเรียน ส่วนสิทธารถะออกเดินทางแสวงหา ไม่ใช่คำสอนไม่ดี ทุกอย่างของพระองค์ล้วนชัดแจ้ง แต่เขารู้สึกว่าถ้าต้องการในสิ่งที่ตนค้นหาอยู่นั้น จะต้องเรียนเอง ไม่มีใครสอนได้ เหมือนหนึ่งพระสัพพัญญูพุทธเจ้าทรงกระทำเพื่อการตรัสรู้

"พระพุทธองค์ทรงปล้นเรา ทรงช่วงชิงบางอย่างไปจากเรา แต่พระองค์ก็ได้ประทานบางอย่างซึ่งล้ำค่ากว่าให้แก่เรา พระองค์ทรงช่วงชิงเพื่อนไปจากเรา เพื่อนที่เคยศรัทธาเราจะเปลี่ยนไปศรัทธาพระองค์ เขาคือเงาของเรา ต่อไปนี้เขาจะกลายเป็นเงาของพระสมณะโคดม แต่พระองค์ได้ประทานสิทธารถะ ตัวเราเองให้แก่เรา"

- จบภาคหนึ่ง -

ไว้อ่านภาคสองได้กระจ่างเมื่อไหร่ จะมาสปอยล์ต่อนุ ^^

ice68>> ขอบคุนไอซ์คุงมั่กๆ เพิ่งรู้ว่าไอซ์ไปต่อคอร์สเคมีอ.อุ๊ที่อังกฤษถึงพิมพ์ไทยไม่ได้ 555 ยังงัยก็ดีใจที่ไอซ์คุงมาเยี่มบล็อครกรกของเรานุ ^^

คุณโอกาตะ >> อุสาสละเวลาจากบอร์ด w-inds มาเยี่ยมชม ขอบคุณครับอ้อ!! ระวังตัวเองไว้ด้วยล่ะ มุราคามิน่ะ เพลาๆบ้าง เด๋วแกจะบรรลุไปเสียก่อน

ยูโทเปีย ใน ซ.อ.ก.เ.ล็.บ.

posted on 23 Apr 2007 20:19 by longata  in Heread

หนีบมาจากงานหนังสือ อยู่ในกองพะเนิน ค้นค้นค้น และภูมิใจที่ได้มา

ปกสวยงาม

>>ขอบคุณเว็บร้านนายอินทร์ สาขาซานฟรานซิสโกคะ (ไปถึงนู่น555)

Utopia = NO Where เป็นภาษากรีก คือดินแดนในอุดมคติ จะเพราะมันเป็นดินแดนที่อัดแน่นไปด้วยอณูแห่งความสุขทุกขณะหายใจหรือไม่ เราก็สุดจะรู้ แต่เอาเป็นว่าเราคงหามันไม่เจอในชาตินี้ (ล่ะมั้ง)

แต่งโดยคุณหมุด สุดไผท
เจ้าตัวบอกว่าไม่เคยอ่านงานของเพลโต หรืออ่าน Utopia ขอโทมัส มอร์ และสำหรับ the matrix ซึ่งถูกคุกคามโดยแนวคิดยูโทเปีย คุณหมุดบอกว่าเป็นความบันเทิงชนิดดูเอามันอย่างเดียว ให้มันได้งี้สิ!! (เจ้าของบล็อกยังไม่ได้ดูเดอะเมทริกซ์เลย เหอๆ ตอนนี้กะลังลงแดง อยากดูนู๋โทบี้แมงมุม)

แต่สำหรับเล่มนี้ เราค่อนข้างชอบทีเดียว ไม่น่าเชื่อว่าคุณหมุดดูเมทริกซ์แค่เอามันส์ จะให้สปอยล์ก็คงบอกว่า ... มันเหมือนชื่อหนังสือจริงๆ ... .... .... (เฮ้ย! บ้านแกเรียกว่าสปอยล์รึ)

สันนิษฐานว่าความทุกข์ปนเปื้อนมาในอากาศให้เราดม เป็นสารประกอบสำคัญของรุ้งทั้งเจ็ด หรืออาจคลุกเคล้าในแกงไก่ที่เรากิน ด้วยความที่เราเป็นคนธรรมดาไม่ใช่พระอรหันต์ ออกนอกบ้านก็เจอควัน ขึ้นรถเมล์ก็ไม่มีที่นั่ง ถึงที่ทำงานก็..บลาบลาบลาๆๆ... แต่คุณหมุดอาจจะบอกว่าให้อยู่กับความสุขล่ะมั้ง สาเหตุที่ได้ความสุขมาไม่ใช่เรื่องสำคัญ ไว้ว่ากันตามบรรทัดฐานดีชั่วของแต่ละคนกันอีกที และแม้จะน้อยนิดแต่มันก็คือความสุขที่เราต้องเก็บรักษาไว้ให้ดีดี
<< ทั้งนี้เจ้าของบล็อกแจ้งไว้ ณ ที่นี้ว่าตัวเองก็อ่านหนังสือเอาสนุก ดูหนังเอามันส์เช่นกัน สารัตถะต่างๆก็ไม่เคยนำมาตริตรอง ผ่านสมองซีกซ้ายแล้วทะลุออกซีกขวาทั้งลุ่นๆอย่างนั้นเลยเชียว >>
...
....
คงต้องไปเพ่งกันเอาเองแล้วล่ะ ใครเจอ'ยูโทเปีย'ในซอกเล็บก็บอกต่อๆกันด้วยแล้วกันนะ ^^

อีกอย่างมันอ่านแล้วงี๊ด อารมณ์ส่วนตัว อรรถาธิบายไม่ได้ คงทำนองเดียวกับตอนเดียวกับที่เราชอบในสิทธารถะล่ะมั้ง 555

"...ใครสักคนเคยพูดไว้ว่า ตู้เย็นเป็นสัญลักษณ์ของวันพรุ่งนี้ คุณสมบัติของมันบอกว่าพรุ่งนี้มีอยู่จริง มันเป็นประดิษฐกรรมแรกๆที่ทำให้ผู้คนหลงลืมปัจจุบัน อีกทั้งอหังการถึงขั้นแช่แข็งอดีตไว้ในช่องฟรีซ แต่ผมไม่เห็นด้วยทั้งหมด ตู้เย็นมีไว้ถนอมอาหารสำหรับอนาคตก็จริง แต่หัวใจของมันคือ - - ถนอมไว้ให้ใครต่างหาก..."

บวกกับกลิ่นของภาษาเหมือน'ฝนตกตลอดเวลา'ของปราบดาเลย คือมันต้องใช้สมาธิสูง ไม่งั้นจะอ่านไม่รู้เรื่อง ทีนี้พออ่านรู้เรื่อง มันก็ไม่เข้าใจอีก... เฮ้อ - - - แต่เราก็ชอบ

เอวังด้วยประการฉะนี้แล...
มีความสุขกับการอ่านนะคร้าบบบ อุอุ


ชายบิ๊กส์ >> ค่าส่ง + ภาษีเดินทาง เจ็ดร้อยบาทถ้วนครับผมคริคริ (จริงๆ ไปหิ้วมาจากงานหนังสือ ใต้กอง 50 บาทเอง!!) ขอบคุณที่มาเยี่ยมบล็อกนุ หวังว่างานหนังสือคราวหน้าจะได้เดินชนกันบ้างล่ะ ^^

TwinightMoouan >> ตรงไหนที่ว่าเหมือนมหาลัยเนี่ย เจ้าของบล็อกชักจะร้อนๆหนาวๆ เพราะเด๋วจะต้องเข้าในอีกไม่นานนี้ หนังที่ดูเรื่องอะไร ถึงได้อารมณ์ออกปานนี้ ชีวิตนี้ต้องสู้คะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ^^"

[=M e K=] >> ยินดีต้อนรับคะ ว่าแล้วเจ้าของบล็อกก็เปิดตู้เย็น งับกล้วยหอมหน้าคอมลงท้อง อิ่ม สบายแฮ 555 วันหลังจะเอารูปของกินมาลงบล็อกบ้าง จะได้ยั่วคนอ่านหน้าบล็อก วะฮาฮ่า

โอกาตะจัง >> เล่นประกาศหาโดเฟย์กันกลางบล็อคเชียวนะเมิง เด๋วพ่อปั๊ดลงในบล็อกนี่ล่ะ!

bicycle around the world และโปสการ์ดงามๆ ของพี่สว่าง
งานหนังสือคราวที่แล้วได้เจอก๊ะพี่สว่าง
แล้วพี่สว่างเป็นใคร..?
พี่สว่างกำลังจะเป็นนักขี่จักรยานรอบโลก..
งี๊ดดดดดดด งี๊ดดดดดดด...
โอ้โห เรานึกในใจว่าดีจังเลย ซ้อนไปด้วยคนได้ไหมคะพี่ <<โดนหม่อมแม่บั่นคอ>>

ดีตรงที่พี่เค้าได้ทำตามความฝัน เนื่องด้วยตอนแรกบรรจุเข้าครู รับใช้ราชการอยู่หลายปีโข วันหนึ่งวิญญาณนักเดินทางก็ลงประทับ ยื่นใบลาออก และก็มาเป็นนักขี่จักรยานอยู่ทุกวันนี้แล...
เป็นโครงการที่เราคิดว่ายิ่งใหญ่จัง รอบโลกเชียวนะเว้ยยย!!.. คุณแม่กมลา(แม่ของสุกี้)ยังบอกเลยว่า ถ้าใครได้เดินตามความฝันของตัวเองได้ "เดี๊ยนคิดว่าคนคนนั้นมีบุญมากเรยทีเดียว" <<ตรงนี้เห็นด้วยเต็มประตูเจ้าคะคุณแม่>>

ทีนี้ตอนที่เจอพี่สว่างเขากำลังเตรียมตัวเดินทาง <<ร่างกายกำยำฟิตปั๋งเลยลูกเพ่ ตอนแรกโคดตกใจเลย พี่สว่างมางานแบบมาดเซอร์สุดสุด>> แล้วก็เจอโปสเตอร์พี่เค้า...
...มันสวยมาก สวยจริงๆ
โปสการ์ดถูกใส่รายละเอียด ถ่ายทอดความหมายตามใจมุมมองของคนเห็น เหมือนลายเซ็นของจิตรกรในงานเขียนภาพ และเชื่อว่าไม่มีใครเลียนแบบลายเซ็นของพี่ได้หรอก..
อ้อ!..มีตัวอักษรเบลล์พิมพ์บนโปสการ์ดด้วยคะ ภาพงามๆของพี่ เราว่าพวกเขาต้องเห็นได้ด้วยอักษรเบลล์และหัวใจแน่นอนคะ

รายได้จากการขายโปสการ์ดจะเป็นเงินทุนสำหรับการเดินทางรอบโลกคะ <<ที่พร่ำมานี้ เรายังไม่ได้ซื้อโปสการ์ดพี่เค้าสักใบเลย>> เสียดายมาก วันนั้นมีแบงค์ 20 <<คือเหลือ20บาทสุดท้ายอ่ะนะ>> รู้งี้ซื้อก็ดี
หวังว่าจะได้เจอพี่สว่างอีกนุ งุงิ

http://bicycleworld.multiply.com >> บล็อคพี่สว่างคะ ดูหลักการและเหตุผล วีดีโอ และที่สำคัญ gallery งามมากๆๆ งี๊ดดดดด

ปล. โปสการ์ดมีหลายรูปมากๆ แต่ไม่ได้ขออนุญาติพี่เค้าไว้ เลยเอามาลงแค่รูปเดียว พี่สว่างคะ นู๋ขออนุญาตินะคะ!!!

Rabbie^Chocote>> แต่ของพี่เค้างามจริงๆน่อ ถูกใจเดี๊ยนมาก แต่มิมีกะตังซื้อ กระซิก กระซิก

ไอซ์คุง >> หุหุ ไอซ์ขี้เกียจอ่าน แต่เฮายังมิได้เริ่มเรย คาดว่าคงจะเรียนประมงเกษตรอ่ะล่ะ อยากเรียนจริงๆนุ ... (โดนบรรดาญาติๆฟันคอ) ไว้ไอซ์เรียนจบหมอค่อยมาเที่ยวบ้านเรานะ เหอๆ

โอกาตะจัง >> เออ รักพี่ป๊อดมากกว่าเพื่อนนิ ... ชิ แล้วเจอยังล่ะ หัวใจน่ะ.........................อ๋อ ลืมไปว่าเอาไปจำนำไว้กะไอดั้งแหนบแดนเซอร์นั่นแล้ว คริคริ


edit @ 2007/05/24 18:50:44

หมีมุมมืด View my profile