:: Savour :: | Fan Fiction G-Defend | 1/3

posted on 22 Jul 2013 20:49 by longata in Heread directory Fiction, Cartoon

| Fan Fiction G-Defend | :: Savour ::

| Pairing | :: Leo x Yuji ::

* ตัวละครหลักสองตัวนี้ไม่มีอยู่ในหนังสือนะคะ มโนเองล้วน *

 

POV :: ยูจิ

 

“ยูจิ  ชูว์ครีมกับเค้กช็อกโกแลตของฉันเสร็จรึยัง!?”

 

เงาดำทะมึนที่เห็นมาแต่ไกลเท้าแขนลงหน้าเคาท์เตอร์คุกคามโรงอาหารของ JGD ช่วงบ่ายๆเช่นนี้เป็นประจำ ไม่เว้นแม้กระทั่งวันสุดท้ายของเดือนมีนาคม

 

“ยังครับ ตอนนี้เหลือส่วนของอุเอคุสะอยู่ คุณลีโอต้องต่อคิวครับ” ถ้ามีคนถามว่าผมเป็นใคร ถึงใจกล้าต่อปากต่อคำกับจอมเผด็จการของหน่วย ผมจะตอบว่าลองมาเจอแบบนี้ทุกวันไหมล่ะครับ เดี๋ยวก็พูดได้เอง

 

“ลีโอเขาอดนอนมาหลายชั่วโมงแล้วล่ะ ยูจิไปหาอะไรให้ลีโอกินเถอะ  เดี๋ยวของอุเอคุสะชั้นจัดการเอง” อาซาโนะพูดอย่างใจดี ผมหันไปมองเชฟคนอื่นๆก็ได้รับยิ้มหวาดๆแบบที่แปลความหมายไม่ออกเป็นกำลังใจ

         

“ก็เป็นแบบนี้ซะทุกที” ผมพูดอุบอิบอยู่กับตัวเอง

 

“บ่นอยู่ได้ ถ้ากลับมาแล้วไม่มีให้กินล่ะน่าดู” เงานั้นจากไปทิ้งความหงุดหงิดไว้ให้ผม

 

แล้วจะให้ผมทำอย่างไร นอกจากจะตีส่วนผสมของเค้กโดยไว และด้วยความที่เป็นของถนัดบวกกับจริงๆแล้วผมก็แอบใช้ช่วงว่างตอนเช้าทำชูว์ครีมไว้แล้ว เมนูโปรดของยักษ์บ้าของหวานก็เสร็จในเวลาไม่นาน

 

“หายไปไหนของเขาเนี่ย ไหนเห็นเร่งจริง ทำเสร็จแล้วก็ไม่มาเอา” บางทีผมก็สงสัยความอดทนของตัวเองว่ายั้งมือไม่ใส่ยาพิษลงไปได้อย่างไร

 

“ก็เอาไปให้ลีโอที่แผนกสิ ยูจิ” อาซาโนะตะโกนมาจากหน้าเตาอบ  เฮ้! ผมจำได้นะครับว่าเขาจ้างผมมาเป็นเชฟไม่ใช่เด็กเสิร์ฟ แล้วนี่จะถือหางกันไปถึงไหนแค่นี้คุณลีโอก็เอาแต่ใจจะแย่อยู่แล้ว 

 

แต่ก็อีกนั่นล่ะ ตอนนี้ผมกำลังเดินถือเค้กกับชูว์ครีมไปที่แผนกพัฒนาอาวุธและเก็บกู้วัตถุระเบิด

 

"อ้าว ยูจิ มาถึงนี่เชียว เจ้าลีโอนั่งอยู่ที่โต๊ะนั่นน่ะ" คุณอเล็กซ์ทักผมอย่างร่าเริงเหมือนเคย

 

"หอมกลิ่นเค้กจังน้าาา”

 

"สวัสดียูจิ รบกวนอยู่เรื่อยเลย ลีโอเนี่ยเอาแต่ใจจริงๆ”

 

"ฮ่าฮ่า เจ้าลีโอ เอาอีกแล้ว”

 

"ยูจิ.."

 

"ยูจิ.."

 

ผมเหมือนโดนพายุทะเลทรายลูกใหญ่ๆพัดผ่าน ตอนแรกก็คุณมายะกับคุณอุซางิ ตามมาด้วยเสียงทักของคุณคุโรและคนอีกเกือบทั้งแผนก ทั้งแซว ทั้งขำ บางคนก็สงสารแต่แอบยิ้ม

 

มันยังไงกันล่ะเนี่ย!?

 

ทั้งๆที่คนทั้งแผนกรู้ถึงการมาของผม แต่เจ้าตัวที่ผมตั้งใจมาหากลับนั่งง่วนกับอะไรสักอย่างหน้าคอม เห็นแล้วอยากจับเค้กกับชูว์ครีมกรอกปากซะจริงๆ

 

"คุณลีโอครับ ขนมที่สั่งไว้ได้แล้วครับ" ผมทำน้ำเสียงให้เหมือนเด็กเสิร์ฟ

         

"ยุ่ง!”

         

เฮ้ย!? น้ำตาลต่ำหรือไงเนี่ย เห็นทีท่าแล้วดูผมจะทำคุณกับคนไม่ขึ้น ชาตินี้อย่าหวังว่าจะได้กินอาหารฝีมือผมอีกเลย! ระหว่างที่กำลังเคืองและจะชิ่งกลับห้องครัว มือของคุณลีโอก็ดึงเสื้อผมไว้

 

"ไม่ใช่ หมายถึงฉันกำลังยุ่งอยู่ เอามานี่สิ” คุณลีโอเอาถุงขนมจากผมที่ยืนโกรธอยู่ไปแกะห่อแล้วก็ยื่นคืนมาให้ผม อ่าว ไม่กินไปล่ะครับ

 

"ป้อนหน่อย”

         

เสียงหัวเราะดังกันทั้งแผนกที่ไม่รู้แอบมาฟังกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ท่ามกลางเสียงนั่นผมได้ยินใครสักคนพูดว่า 'โดนลีโอมันแกล้งอีกแล้ว'

                   

หลังจากที่เส้นทางชีวิตของผมเปลี่ยนจากเชฟมาเป็นเด็กเสิร์ฟ แล้วตอนนี้ก็ผลิกผันเป็นพี่เลี้ยงคอยป้อนข้าวป้อนน้ำกำลังนั่งจิ้มเค้กที่ตัวเองทำเป็นคำๆใส่ปากคุณลีโอ

 

‘กินไม่รู้จักพอสักที’ ผมนึกในใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป ก็หน้าคุณลีโอตอนทำงานดูจริงจังมากจนผมเห็นแล้วก็อดนึกชมไม่ได้ นึกถึงคำว่า ’หมียักษ์ทนสภาพ’ ที่คนในกองกำลังชอบเรียกลับหลังซึ่งนั่นอธิบายความเป็นตัวตนของคุณลีโอได้อย่างดี นอกจากจะตัวใหญ่ โหด เผด็จการ และอดนอนเก่งแล้ว เคยมีเรื่องเล่าทำนองว่าคุณลีโอเอาระเบิดเป็นกิโลไปเผาค่ายของฝ่ายศัตรูด้วยตัวคนเดียวสมัยเป็นทหาร หรือลือกันว่ายังมีกระสุนฝังอยู่ในตัวคุณลีโอหลายนัด รวมถึงในกะโหลกที่หมอไม่กล้าผ่าตัดเอาออก ผมว่าเรื่องหลังนี่คงจะดูหนังมากเกินไป ทั้งหมดนี้ทำให้นอกจากคนในฝ่ายก็ไม่มีใครกล้าคุยกับคุณลีโอ รวมถึงสาวๆที่เลือกจะมองข้ามความหล่ออันดับต้นๆของกองกำลังคนนี้ไป

 

“ค่ แอบมองหน้าฉันเป็นพายแอปเปิ้ลนะ” คุณลีโอพูดทั้งๆที่ตายังจ้องตัวอักษรและตัวเลขที่พันกันยุ่งเป็นร้อยๆตัวบนหน้าจอคอมทำเอาผมสะดุ้ง สงสัยจะมองหมีเล่นคอมนานไปหน่อย แต่ก็โอเค เห็นว่าตั้งใจทำงานนะเนี่ย

 

“งั้นผมขอตัวไปช่วยอาซาโนะเตรียม..”

 

“อีกห้านาที ฉันว่าจะไปนอนที่โรงอาหารเหมือนกัน”

 

เอ้า!.. ข้อหนึ่งนั่นมันโรงอาหารนะครับ ข้อสองคุณลีโอจะนอนก็ไปนอนสิครับ ผมจะไปทำงานนี่

 

ที่สุดแล้วห้านาทีต่อมาผมก็เดินมาโรงอาหารกับคุณลีโอ เดินอ้อมไปที่โซฟาติดผนังตรงมุมห้องอาหารแล้วล้มตัวนอนลงทันที ก็ที่ประจำของเขาอีกนั่นล่ะ ผมเคยถามว่าทำไมถึงไม่ไปนอนห้องพยาบาลคุณลีโอบอกสั้นๆว่ารำคาญคุณนิชิวากิ แล้วจะให้ผมทำอย่างไรได้

 

ø ø ø ø ø

 

สามชั่วโมงที่วุ่นวายในห้องครัวกับมื้อเย็นวันนี้ผ่านไป ถึงจะเหนื่อยแต่ก็เป็นงานที่ผมชอบและมีความสุข

 

“คุณลีโอ ตื่นเถอะครับ”

 

เมื่อหมดหน้าที่เชฟเพราะคนในโรงอาหารเริ่มบางตา ผมก็โดนยัดเยียดภารกิจปลุกร่างสูงที่นอนอยู่บนโซฟาให้มากินมื้อเย็นที่ช้ากว่าคนอื่นเขาไปราวชั่วโมง

 

“คุณลีโอได้เวลาทาน..” ผมเร่งเสียงให้ดัง แล้วก็ได้ผลเมื่อคุณลีโอเปิดเปลือกตา ดวงตาฉายชัดแววรำคาญ รำคาญเอามากๆซะด้วย

 

งานเข้าแล้วไงล่ะ

 

“อะ..เอ่อ..” คำพูดผมติดคอขึ้นมากะทันหัน

 

ผมกรอกตาล่อกแล่กหาทางหนีทีไล่เตรียมวิ่งกลับห้องครัว แต่คุณลีโอก็คว้าเอาข้อมือผมดึงตัวเองขึ้นนั่งสำเร็จ แต่มีแรงฉุดระลอกสองที่ผมไม่ทันคาด ผลที่ออกมาก็กลายเป็นว่าผมล้มลงบนโซฟา ถ้าจะพูดให้ถูกคือนั่งคร่อมคุณลีโอบนโซฟา ส่วนคุณลีโอเปลี่ยนมาจับไหล่ผมอีกมือก็จับคางแล้วโน้มหน้าเข้ามาใกล้เสียเอง 

 

ใกล้จนเห็นยิ้มเจ้าเล่ห์ของคุณลีโอเป็นภาพเบลอๆ

 

ริมฝีปากของคุณลีโอก็แตะลงมาที่ปากผม กลิ่นของเค้กช็อกโกแลตที่ผมทำลอยมาจางๆ หลังจากนั้นรู้สึกเหมือนจะขมรสโกโก้นิดหน่อย 

 

ผมรู้แค่นั้นจริงๆ

 

มารู้สึกตัวอีกทีตอนเดินกลับเข้ามาในครัวจากดวงตาของบรรดาเชฟที่จับจ้อง และถ้าจะหันมองไปข้างหลังตรงจุดเกิดเหตุก็จะพบว่ามีดวงตาเป็นประกายอีกคู่ของคนที่ละเลียดมื้อเย็นอย่างมีความสุขจ้องมองมาเช่นกัน

         

“ยูจิ ไหนพายแอปเปิ้ล” เงาดำยักษ์เงาเดิมกับเมื่อตอนบ่ายกลับมาคุกคามที่หน้าเคาท์เตอร์อีก แต่คราวนี้จับน้ำเสียงระรื่นได้ชัดเจน

 

“ไม่มี!” ถ้าใครได้ยินคงยกย่องให้ผมเป็นผู้กล้าเพราะน้ำเสียงห้วนสั้นที่ไม่เคยมีใครใช้กับอีกฝ่ายมาก่อน ผมก็จะบอกเขาว่าลองมาเป็นผมดูไหมล่ะ!? พอมื้อเย็นเสร็จก็มาทวงของหวานแบบหน้าตาเฉยเหมือนไม่ได้เกิดอะไรขึ้น โว๊ย ยิ่งคิดยิ่งอาย

         

“อ๋อ พอดีแอปเปิ้ลเหลือไม่พอทำพายน่ะครับ ยูจิซังเลยทำมูสเค้กให้คุณลีโอแทน” เชฟมือใหม่แทรกตอบเสียงใสแบบหมดเปลือก ที่ทำน่ะจะได้เอาไปกินให้พ้นๆไปหรอก อย่ามาจองล้างกับผมอีกเลย

 

“ไหนล่ะ” คุณลีโอถามผมต่อ ผมรีบผลักไสกล่องมูสเค้กไปหน้าเคาท์เตอร์ แต่แทนที่จะคว้ากล่องคุณลีโอกลับคว้ามือผม ผมพยายามบิดข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุม เกร็งตัวสุดกำลังด้วยกลัวว่าหนังจะฉายซ้ำอีกรอบ แต่อย่างว่าข้อมือผมใหญ่กว่านิ้วโป้งเขาแค่นิดเดียว

 

“คราวนี้ยูจิต้องเดินไปส่งฉันบ้างแล้ว” มาไม้นี้เล่นเอาผมอึ้งเถียงไม่ออก

 

“ยูจิซังกลับเลยก็ได้ครับ เดี๋ยวทางนี้ผมทำความสะอาดเอง” ผมยังคงอึ้งต่อเพราะเชฟหน้าใหม่ตัวดีที่แปรพักตร์กันเห็นๆ ในที่สุดผมก็ไปเปลี่ยนเสื้อท่ามกลางเสียงหัวเราะจากเพื่อนร่วมงานรวมถึงสายตาเอ็นดูจากเชฟรุ่นพี่ และรู้สึกเหมือนได้ยินว่าน่าจะจัดงานฉลองเพราะมีคนสละโสดอะไรทำนองนี้ด้วย

 

ผมรู้แล้วว่าคนที่ห้องครัวกับแผนกเก็บกู้ระเบิดมีนิสัยคล้ายกันอยู่อย่างนึงจริงๆ

  

เป็นรอบที่สองของวันที่ผมเดินกลับมาอีกครั้ง แต่ผิดสังเกตุตรงคนพลุกพล่านกว่าที่ควรจะเป็นในเวลานี้มากและมีสีหน้าคร่ำเคร่ง คุณลีโอก็ดูจะรู้ว่าผมจะถามอะไร

 

“พวกมันส่งเมล์มาขู่ว่าจะวางระเบิดที่นี่อีก”

 

‘วางระเบิด?.. ใคร?.. อีก?..’

 

“ตั้งแต่ สองปีก่อน คนร้ายส่งเมล์มาขู่วางระเบิดตอนเที่ยงคืนวันที่หนึ่งเมษาแต่ก็เป็นแค่ระเบิดด้าน มันคงจะเล่นตลกวันเอพริลฟูลส์... ” คุณลีโออธิบายแบบไม่ขำด้วยซักเท่าไร “ถึงอย่างไรก็ไม่ควรไว้ใจ ไม่ปีนี้ก็ปีไหนมันอาจจะเอาจริง”

 

'อ้อออ อย่างนี้นี่เอง'

 

“แล้วคุณลีโอจะให้ผมช่วยอะไรครับ”

         

“ไม่ต้อง”

 

'อ่าว!?'

 

“แค่อยู่ข้างๆฉันก็พอ”

 

ผมมานั่งคิดๆดู นอกจากขั้นตอนการทำชูว์ครีม เค้กช็อกโกแลต และมูส ผมแทบไม่เข้าใจอะไรสักอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้เลย แต่อย่างน้อยผมก็รู้ว่าเขาจะอธิบายได้ ส่วนจะยอมปริปากตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่นั้นค่อยว่ากันอีกที

           

ผ่านไปราวสองชั่วโมงผมได้แต่นั่งว่างงานอยู่ที่แผนกของคุณลีโอ มองคนในกองกำลังเดินไปมากันอย่างเร่งรีบ แน่นอนว่าคุณลีโอไม่ยอมให้ผมกระดิกตัวไปไหนเลย ครั้นจะถามว่าเป็นห่วงผมเหรอก็ดูจะเป็นความกล้าที่ผิดวิสัยเกินไป

         

“ตอนนี้อเล็กซ์กับคนอื่นๆกำลังเร่งมือค้นหาระเบิดอยู่” คุณลีโอยืนคุยกับคุณนิชิวากิ “แต่ถ้ายังไม่เจอก็คงต้องแจ้งให้ทุกหน่วยทราบ” คุณลีโอสรุป

 

“โอเค..ชั้นจะประสานงานให้ ส่วนนายก็..”

         

“เจอแล้วครับ!” เสียงสัญญาณของเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดดังขึ้นพร้อมกับเสียงตะโกนของโมโตกิผ่านทางวิทยุสื่อสาร

         

ผมที่ได้แต่นั่งลุ้นตะคริวกินจนเป็นอัมพาตก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆพร้อมกับ อาการง่วงขั้นรุนแรงจู่โจมเข้าทันทีเพราะเวลานอนกับเวลาตื่นของเชฟไม่เหมือนกับคนทั่วไป แต่ผมก็อดสงสารคุณลีโอไม่ได้ เชื่อสิว่าคืนนี้ก็คงต้องปั่นรายงานไม่ได้หลับไม่ได้นอนอีกนั่นแหละ

 

“งั้นเดี๋ยวผมไปเอากาแฟมาให้นะครับ”  ในที่สุดก็ได้ยืดเส้นยืดสาย ผมจึงเดินลากเท้าเอื่อยๆไปชงกาแฟในห้องครัว นึกถึงใบหน้าของคนกินกาแฟอย่างหวานจัดแก้วนี้แล้วก็ยิ้มกับตัวเอง นี่ผมเป็นอะไรมากไหมเนี่ย

         

เสียง”ปี๊บ”สั้นๆ ที่ได้ยินเรียกสติผมกลับมา หันไปมองหาต้นเสียงสักพักก็พบว่ามันอยู่ใต้โต๊ะตัวหนึ่งในโรงอาหาร ผมเดินออกจากครัวผ่านเคาท์เตอร์ตรงไปที่โต๊ะตัวนั้นแล้วก้มดู

 

“ชิบ!”

 

ไม่ว่าคุณจะอยู่ฝ่ายไหนหรือไม่ได้อยู่ฝ่ายไหนในกองกำลังก็ตาม ใครๆก็ต้องรู้ว่ามันเป็น ‘ระเบิด’ อย่างไม่ต้องสงสัย เสียงปี๊บสั้นๆที่ผมได้ยินเมื่อกี้คงจะเป็นสัญญาณก่อนเวลาจุดชนวนประมาณ 30 วินาที ซึ่งคาดเดาได้จากที่ตอนนี้เหลือเวลาให้ผมหนีไม่เท่าไร ผมสบถอยู่ในใจแล้วขาทั้งสองข้างก็เริ่มก้าววิ่ง

 

วิ่งไปหาคนที่นึกถึงเป็นคนแรก        

 

อาจเพราะเขาคือหัวกะทิในแผนกเก็บกู้วัตถุระเบิดก็เป็นได้

 

          ..5..

 

ว่าแต่ตอนนั้นผมมีสติพอที่จะคิดถึงเหตุผลพวกนี้เชียวหรือ

 

          ..4..

         

“คุณลีโอ!”

 

ยัง วิ่งไม่ไปถึงไหนก็เหมือนมีเวทมนตร์ดึงคนที่กำลังอยู่ในความคิดออกมาเป็นตัวเป็นตน แถมยังวิ่งตรงมาหาผมอีกด้วย แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาอธิบายอะไรอีกแล้ว ผมรู้ว่าอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าโรงอาหารของกองกำลังนี้ก็คงพังไปเป็นแถบๆ แค่คิดก็น้ำตาจะไหล

 

และถ้าเสียคุณลีโออีกคนก็คงไม่ดีแน่

 

          ..3..

 

ผมจะทําอย่างไรดี

         

          ..2..

 

ผมพุ่งตัวเข้าหาคุณลีโอ

         

          ..1..

 

ตูมมมมมม!!!

 

ทั้งแรงพุ่งชนและแรงระเบิดทำให้ผมและคุณลีโอกระเด็นไปไกล ผมเบี่ยงตัวเพราะกลัวว่าจะล้มทับคุณลีโอเลยกลายเป็นว่าผมเอาหลังที่โดน สะเก็ดระเบิดของตัวเองกระแทกพื้นพ่วงด้วยคุณลีโอที่กอดผมอยู่ทับลงมาอีกที เจ็บจนเกือบจะสลบ เราทั้งคู่กลิ้งหลุนๆไปกับพื้นและหยุดลงเมื่อหัวผมฟาดกับกำแพงดังปึก!

 

แล้วสติผมก็ดับวูบไปจริงๆ

 

ø ø ø ø ø

 

Comment

Comment:

Tweet