[asimov] the last question ...

posted on 11 Jan 2008 19:09 by longata in Heread

คำถามสุดท้ายได้เอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2061 , 21 พฤษภาคม

หรือคำถามนี้อาจจะพูดให้สั้นเข้าว่า….
เอ็นโทรปีลัพธ์ทั้งหมดของจักรวาลสามารถลดลงได้อย่างไร?

...

(อึ้ง.. )

(เค้าว่ากันว่า..) เป็นเรื่องที่ดีเรื่องหนึ่งของอาซิมอฟ ส่วนจะดีที่สุดหรือไม่นั้นอันนี้เราไม่รู้ เพราะเพิ่งจะอ่าน ไอ,โรบอท ไปเรื่องเดียว

คำถามสุดท้ายเป็นเรื่องสั้น แบคกราวน์เป็นอนาคต(ก็แน่ล่ะ ถ้าใช้อดีตมันก็เป็นประวัติศาสตร์น่ะเส่ะ) 
แต่ทำเราเวียนหัว จับจุดไม่ได้ แล้วก็บ่นงึมงำว่านี่กรูอ่านอะไรอยู่วะ? คืออาซิมอฟแยกเป็น 5 บรรพ์(ศัพท์ที่พี่คนแปลใช้) แต่ละบรรพ์จะจบด้วย "คำถามสุดท้าย" ที่อ่านแล้วรู้สึกเหมือนเป็นคนใช้บ้านไอสไตน์ที่โดนสปอยล์ทฤษฏีสัมพัทธภาพ
(ง่ะ - - ")
ต้องอ่านไปอีกประมาณ 2 บรรพ์ถึงจะอ๋อ (ซึ่งก็เกือบจบเรื่อง)

ไม่อยากสปอยล์อ่ะ สปอยล์ไม่เป็นและไม่สนุกเหมือนคนอื่นเค้าสปอยล์กัน ...
เพราะฉะนั้นไปอ่านกันเองดีกว่า

-------------------------------------------------------------------------------- 

>>The last question<<

คำถามสุดท้าย

--------------------------------------------------------------------------------

จาก the last question โดย Issac Asimov
แปล สุชาย ธนวเสถียร
คัดลอกจากหนังสือ HFA Science Fiction Series กาแลกซี3 โดยชุมนุมวิชาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฉบับพิมพ์ครั้งแรก มกราคม พ.ศ. 2515

--------------------------------------------------------------------------------

ความเป็นมาของเรื่อง
อาซิมอฟเขียนเรื่องนี้เมื่อปีค.ศ. 1956 เป็นเรื่องที่แหวกแนวมาก จับจุดเรื่องพระเจ้าสร้างโลกในศาสนาคริสต์มารวมกับปรัชญาทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างพิสดาร เรื่องนี้เคยได้นำไปอ่านในศาสนพิธีที่โบสถ์แห่งหนึ่งในเมืองเบดฟอร์ด รัฐแมสซาจูเซททส์

--------------------------------------------------------------------------------

บรรพ์ 1
คำถามสุดท้ายถูกถามครั้งแรกในวันที่ 21 พฤษภาคม ค.ศ. 2061 ซึ่งเป็นระยะเริ่มแรกที่มนุษย์นำแสงอาทิตย์ มาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ในวงกว้าง
     อเลกซานเดอร์ อเดล และ เบอรเทรม ลูพอปเป็นสองคนในจำนวนผู้ดูแลมัลติแวคเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดยักษ์ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่นับตารางไมล์  มัลติแวคเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถปรับและแก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆได้ด้วยตัวของมันเอง มันต้องเป็นเช่นนั้นเพราะไม่มีมนุษย์หน้าไหนที่สามารถปรับและแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆได้เร็วเท่ากับตัวมัลติแวคเอง ดังนั้นหน้าที่ของอเดลและลูพอปจึงไม่ยากเย็นนักเพราะเพียงแต่ทำหน้าที่ป้อนข้อมูลและป้อนคำถามต่างๆให้ตรงกับที่ต้องการ และตีความคำตอบที่มัลติแวคส่งออกมา

 เป็นเวลาสิบๆปีที่มัลติแวคช่วยออกแบบอากาศยานและกำหนดทิศทางการเดินทางของยานอวกาศซึ่งทำให้มนุษย์สามารถไปถึง ดาวอังคาร ดาวพระศุกร์ และดาวพระเคราะห์อื่นๆ แต่หลังจากนั้น ทรัพยากรภายในโลกเริ่มร่อยหรอลง เพราะอัตราการใช้พลังงานของมนุษยชาติเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะการเดินทางไปในอวกาศไกลๆแต่ละครั้ง ต้องสิ้นเปลืองพลังงานจำนวนมหาศาลทีเดียว มนุษย์จึงเริ่มเพียรพยายามที่จะนำเอาแหล่งพลังที่ใหญ่ที่สุดในธรรมชาติ คือดวงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง

 มัลติแวคเริ่มเรียนรู้อย่างช้าๆจนเพียงพอที่จะตอบปัญหาที่พื้นฐานยิ่งขึ้น ในวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ.2061 สิ่งซึ่งครั้งหนึ่งเป็นเพียงทฤษฎีนั้นก็กลายเป็นความจริง พลังงานจากแสงอาทิตย์ถูกเก็บและเปลี่ยนเป็นพลังงาน ที่ใช้ประโยชน์ได้ในวงกว้างที่สุด ทั่วทั้งโลกหยุดใช้พลังงานจากแร่ยูเรเนียม, ถ่านหิน  และหันไปใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์แทนพลังงานนี้ถ่ายทอดมาจากสถานีเล็กๆ ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1ไมล์ หมุนรอบโลก และห่างจากโลกเป็นระยะทางครึ่งหนึ่งของระยะทางถึงดวงจันทร์

 ดังนั้นโลกจึงอยู่ในระหว่างเวลาแห่งความรุ่งโรจน์ ทั่วทุกแห่งหนมีการเฉลิมฉลอง อเดลและลูพอปได้หนีไปก๊งเหล้าในห้องใต้ดิน ซึ่งส่วนหนึ่งของมัลติแวคปรากฎอยู่

 "มันน่าประหลาดใจเมื่อเราไปคิดถึงมัน"อเดลพูดขึ้น ใบหน้าของเขามีริ้วรอยแห่งความกังวล เขาใช้หลอดแก้วคนเหล้าในแก้วอย่างช้าๆเฝ้ามองดูก้อนน้ำแข็งเคลื่อนไปมา

 "ตอนนี้เรามีพลังงานใช้อย่างเพียงพอ มีมากพอจะหลอมโลกให้เหลวได้ เรามีพลังงานที่จะใช้อย่างไม่สิ้นสุดตลอดไป"

 ลูพอปเอียงคอไปเล็กน้อย และพูดขัดขึ้นว่า "ไม่ตลอดไป"

 "เฮ้ยเกือบตลอดไป จนกว่าพระอาทิตย์จะหมดแสงลง"
 "นั่นแหละ ไม่ตลอดไป"

 "เอาละไม่ตลอดไปก็เป็นพันล้านพันล้านของปีละ อาจจะเป็น 20 พันล้านปีก็ได้ แกพอใจหรือยัง"

 ลูพอปยกมือขึ้นเสยผมคล้ายๆกับว่าทำเพื่อให้ตนเองแน่ใจยิ่งขึ้น แล้วยกแก้วเหล้าขึ้นจิบเบาๆ
"20พันล้านปีก็ไม่ตลอดไป"

 "เอาละ แต่ถ้าตอนนี้เราเอาสถานีกำเนิดพลังจากแสงอาทิตย์ติดไปกับอากาศยานแต่ละลำแล้ว มันจะสามารถเดินทางไปกลับระหว่างดาวพลูโตกับโลกเป็นล้านๆเที่ยว ไม่เชื่อก็ถามมัลติแวคดู"
 "ฉันไม่จำเป็นต้องถามมัลติแวคหรอกเพราะรู้อยู่แล้ว"
 "งั้นไม่ต้องไปยุ่งกับมัลติแวค สิ่งที่มันทำให้เราก็ดีอยู่แล้ว"
 "ใครว่ามันทำไม่ดีละ สิ่งที่ฉันพูดก็คือ ดวงอาทิตย์จะไม่คงอยู่ตลอดไป เราอาจจะปลอดภัยในระยะ 20 พันล้านปี แล้วหลังจากนั้นเล่า" ลูพอปชี้ด้วยนิ้วอันสั่นเทาไปยังฝ่ายตรงข้าม "เออ แกอย่าพูดว่าเราจะใช้พลังจากดวงดาวอื่นนะ"
 ทั้งสองเงียบไปทั้งคู่ อเดลยกแก้วเหล้าแตะริมฝีปากเป็นครั้งคราว ส่วนลูพอปหลับตาลงอย่างช้าๆ

 ฉับพลัน ลูพอปก็ลืมตาขึ้น

 "แกคิดว่าเราจะใช้พลังงานจากดวงดาวอื่น เมื่อพลังจากดวงอาทิตย์หมดแล้วใช่ไหม?"
 "แต่ถึงเวลานั้นดวงดาวอื่นก็อาจไม่มีเหลืออยู่แล้ว"
 "มันยังคงต้องเหลืออยู่" ลูพอปพูดจากลำคอ
 "สิ่งทั้งหลายมันเริ่มต้นจากการระเบิดครั้งใหญ่ในจักรวาล ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไรมันจะต้องถึงจุดจบเมื่อดาวทุกดวงสิ้นพลังดาวบางดวงอาจจะสิ้นพลังไปเร็วกว่าดาวอื่น ดาวดวงใหญ่อาจจะไม่เกิน 100 ล้านปี ดวงอาทิตย์อาจจะเป็น 20 พันล้านปี ดาวแคระอาจจะเป็น 100 พันล้านปี แต่ถ้าให้เวลาสัก 3000 ล้านๆปี ทุกสิ่งทุกอย่างจะอยู่ในความมืด เอ็นโทรปีได้ไปถึงจุดสุดยอดของมันแล้ว และก็เท่านั้นเอง"

 "ฉันรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเอ็นโทรปี" อเดลพูดขึ้นอย่างภูมิใจ

 "แกรู้อะไรวะ"
 "ฉันรู้เท่าที่แกรู้แหละ"

 "อย่างนั้นแกก็คงต้องรู้ว่าสักวันหนึ่งทุกสิ่งทุกอย่างจะถึงจุดจบ"
 "เออ ใครพูดว่ามันไม่ล่ะ"
 "แกไง แกพูดว่าเรามีพลังงานมากเท่าที่เราต้องการตลอดไป แกพูดว่าตลอดไป"
 มันเป็นโอกาสที่อเดลจะศอกกลับ "ในวันหน้าเราอาจจะสร้างของทุกอย่างขึ้นใหม่ได้อีกครั้งหนึ่ง" เขาพูดขึ้น

 "ไม่มีวัน"
 "ทำไมไม่ สักวันหนึ่ง"
 "ไม่มีวัน"

 "เอ้า ถามมัลติแวคดู ฉันขอท้าแก พนันกัน 5 ดอลลาร์ ว่าไม่มีทางสร้างของขึ้นใหม่ได้อีกครั้งหนึ่ง"

 อเดลเมาเพียงพอที่จะรับคำท้าพนัน แต่ยังมีสติพอที่จะป้อนคำถามที่เป็นสัญญลักษณ์ ซึ่งเป็นคำพูดแล้วอาจจะเป็นว่า ……สักวันหนึ่ง มนุษยชาติสามารถทำให้ดวงอาทิตย์ฟื้นคืนชีพมามีพลังงานเท่าเดิม หลังจากที่มันตายไปแล้วโดยปราศจากการนำพลังงานอื่นมาใช้ในการนี้ได้หรือไม่" หรือคำถามนี้อาจจะพูดให้สั้นเข้าว่า…. เอ็นโทรปีลัพธ์ทั้งหมดของจักรวาลสามารถลดลงได้อย่างไร?
 มัลติแวค ส่งคำตอบออกมาว่า…. ข้อมูลไม่เพียงพอสำหรับคำตอบที่มีความหมาย
 "ไม่มีใครชนะสินะ" ลูพอปกระซิบ แล้วเขาทั้งสองก็จากไปอย่างรวดเร็ว
 รุ่งเช้า คนทั้งสองรู้สึกมึนเวียนศีรษะ และได้ลืมเหตุการณ์นี้ไปอย่างสิ้นเชิง

 

--------------------------------------------------------------------------------

บรรพ์ 2
     เจอร์รอดด์ เจอร์โรดีน และเจอร์โรเด็ดหนึ่งและสองฝเามองดูภาพของ 'วีซีเพลท' ซึ่งเปลี่ยนไป ขณะที่การเดินทางผ่านเข้าไปยังไฮเปอร์สเปส ได้สิ้นสุดลง
 "นั่นคือ เอกซ์ 23" เจอร์รอดพูดขึ้นอย่างมั่นใจ

     เป็นครั้งแรกที่เจอร์โรเด็ดหนึ่งและสองซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงเล็กๆทั้งคู่ได้เดินทางผ่านไปในไฮเปอร์สเปสได้พูดขึ้นอย่างตื่นเต้นว่า
"เราได้ถึง เอ็กซ์ 23 เราได้ถึง เอ็กซ์ 23"
 "เงียบๆ" เจอร์โรดีนพูดอย่างเฉียบขาด "เธอแน่ใจหรือเจอร์รอดด์"
 "แน่ใจซี" เจอร์รอดด์มองไปยังแท่งของโลหะซึ่งไม่มีอะไรปกคลุม อยู่ใต้เพดานพอดี มันยาวเท่ากับความยาวของยาน และหายเข้าไปยังผนังทั้งสองด้าน

 เจอร์รอดด์ไม่รู้อะไรมากเกี่ยวกับแท่งโลหะหนานี้นอกจากรู้ว่ามันคือ ไมโครแวค ซึ่งมีหน้าที่ตอบคำถามต่างๆถ้าเราถาม และถ้าเราไม่ถามมัน มันก็ทำหน้าที่นำยานไปยังจุดหมายปลายทางที่กำหนดขึ้นก่อนแล้ว โดยการนำพลังจากสถานีย่อยซึ่งกระจายอยู่ในกาแลกซี่มาใช้ และคำนวณหาสมการสำหรับโดดผ่านไฮเปอร์สเปส

 เจอร์รอดด์และครอบครัวเพียงแต่รอคอยและอาศัยอยู่ส่วนที่เป้นที่พักในยานเท่านั้นเอง ครั้งหนึ